วิมุตติสุข = สุขอันเกิดจากความพ้นกิเลส เลิศกว่าสุขทั้งปวง

สาขาที่ตั้งสำนักปฏิบัติธรรม

๕. สำนักปฏิบัติธรรมดอยเทพเนรมิต

ประวัติพระธาตุธรรมรัตนเจดีย์
 
ดั้งเดิม มีร่องรอยการขุดคูคลองเอาไว้ ๒ ชั้น ด้านทิศใต้เพื่อกันไฟและสัตว์ป่า พบซากอิฐโบราณสันนิษฐานว่าอายุประมาณ ๒๔๐๐ ปี พ.ศ. ๑๑๑๗ อยู่ในนยุคขอม (เขมร) 
 
พระบริหารเทพธานี นักพงศาวดาร กล่าวว่า เมืองฝางตั้งขึ้น ปี พ.ศ. ๕๙๐ อยู่ตอนปลายแม่น้ำกก (ปัจจุบันเป็น อ. แม่อาย จ. เชียงใหม่) ในปี พ.ศ. ๑๑๑๐ - ๑๕๙๙  พาหิระกล๋อม (กล๋อม หมายถึง ขอม) ได้สร้างเมืองอุมงค์เสลาขึ้นเป็นเมืองหน้าด่าน มีภูเขาล้อมรอบเป็นกำแพงธรรมชาติยากแก่การรุกราน จึงมั่นคงอยู่ได้ประมาณ ๕๐๐ ปี ในที่สุดก็ล่มสลายไปตามกฏอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

ยุคปัจจุบัน  เมื่อวันที่ ๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ พุทธศาสนิกชนชาวบ้านแม่ฝางและชาวบ้านศรีบุญเรือง ได้พากันนำเอาอิฐเจดีย์เก่ามาก่อบูรณะขึ้นใหม่ กว้าง ๕ เมตร สูง ๙ เมตร ก่ออิฐ ฉาบดิน ทาสีทอง

เมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๓ ได้มีพิธีวางศิลาฤกษ์ และในปี ๒๕๕๔ ได้สร้างเจดีย์แบบคงทนถาวรขึ้น ตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเดือนพฤศจิกายน ซึ่งได้ดำเนินการก่อสร้างมาตลอดแล้วเสร็จในปลายปี ๒๕๕๔ โดยชั้นล่างเป็นซีเมนต์ ชั้นบนเป็นโลหะสแตนเลส ชั้นในเป็นเจดีย์แก้วสดใส (Stacked Glass) กว้าง ๔ เมตร สูง ๖ เมตร

ที่มา : FB สำนักปฏิบัติธรรมดอยเทพเนรมิต อ. แม่อาย เชียงใหม่
  

ตถาคตเป็นที่พึ่งหนึ่งเดียวของเราทั้งหลาย ...
 
เราจึงช่วยกันสร้างพระธรรม-รัตนะเจดีย์ เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ซึงมีอยู่จำนวนมากพอสมควร โดยได้มาจากหลายวิธี มนุษย์ถวายบ้าง เทวดาถวายบ้าง จากการไปธุดงค์และอัญเชิญมาจากภูเขา ถ้ำต่างๆ บ้าง

ตอนแรกจะสร้างตามกำลังของกระดาษ ปัจจัยที่คณะญาติโยมถวายมาจากที่ต่างๆ เหลือจากการใช้สอยแล้วมีอยู่ประมาณ ๓ ล้านบาท ได้เท่าไรก็เท่านี้แหละ ภาคภูมิใจตามปัจจัยที่บริสุทธิ์ เมื่อศรัทธาชาวบ้านทั้งหลายทราบเรื่อง ก็มาสนทนาปรารถด้วยว่าจะสร้างแบบใด อย่างไร ขนาดไหน ผู้นั้นขอถวายปูน ผู้นี้ขอถวายอิฐ มีแต่มนุษย์ใจบุญหนุนกันเข้ามาเรื่อยๆ แต่ยังไม่ได้เริ่มลงมือ

ต่อมาก็มี “สามี-ภรรยา” คู่หนึ่งทราบเรื่อง ก็มาสอบถามพูดคุยกันถึงเรื่องสร้างเจดีย์ ก็บอกกล่าวไปว่ากำลังคิดกันอยู่จะทำตามมี ตามได้ ไม่ได้ใหญ่โตอะไร ตามอัตภาพของตัวเอง เพราะเป็นเจตนารมย์ที่ตั้งไว้ประจำใจว่า จะทำจะสร้างสิ่งใด ห้ามเบียดเบียนใครทั้งนั้น “ศรัทธาต้องบริสุทธิ์จริงๆ  บุญจึงจะสัมฤทธิผล” เป็นอย่างนี้ถ้าเบียดเบียน “ไม่เอาเลย” อยู่เฉยๆ ก็เป็นสุขดีอยู่แล้ว ไม่ได้บวชมาสร้าง มาสวด แต่บวชมาหวังพ้นทุกข์ต่างหาก จะเล็กใหญ่ช่างมันเฮ๊อะ

สามี-ภรรยา คู่นั้นก็ขอปวารณาตัวขอร่วมสร้างเจดีย์ด้วย โดยแจ้งความจำนงว่าถ้าเกินจากปัจจัยที่มีอยู่แล้วโยมจะร่วมทำบุญเอง “ผมและภรรยามีความคิดที่จะทำบุญในส่วนของการสร้างเจดีย์อยู่พอดี บุญสร้างอื่นๆ ก็เคยทำมาบ้างแล้ว แต่ส่วนนี้ยังไม่มีโอกาส”

เห็นความมีศรัทธาปสาทะของมนุสเทโวทั้งหลายที่มีต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยความบริสุทธิ์จากจิตใจจริงๆ มิใช่แอบแฝงเข้ามาหาผลประโยชน์ส่วนตน โดยเฉพาะสามีภรรยาคู่นั้นดูมุ่งมั่นจริงจัง ขอพัฒนารูปแบบให้มั่นคงและกว้างขวางขึ้นกว่าเดิม จนในที่สุดเกินกว่าปัจจัยไทยทาน ที่มีอยู่แล้วเกือบ ๕o ล้านบาท

ผู้คนทั้งหลายเมื่อทราบถึงกำลังศรัทธาที่แข็งแรงเพียงนี้ หลายท่านอยากจะทราบว่า เป็นใคร ! อยู่ไหน ! เรารู้จักไหม !  คนอย่างนี้มีอยู่หรือ ! ดังนั้นเลยเอาเหตุการณ์ที่หลายคนอยากจะทราบนั้น เป็นโอกาสบอกกล่าวคร่าวๆ ว่า

-  ผู้เป็นสามี ชื่อ ชวการ
-  ผู้ภรรยา ชื่อ ภัทรภร นามสกุล สำเภาเงิน
-  มีบุตร ชื่อ ณัฐภัทร

สุขภาพแข็งแรงทั้งครอบครัว ขายธุรกิจส่วนตัวแล้วตั้งหน้าตั้งตาสร้างบุญบารมี โดยเฉพาะทั้งคู่เคยปรารภว่า “ทำมาหาทรัพย์ทางโลก เหนื่อยมามากแล้ว ต่อไปขอทำมาหาทรัพย์ในทางธรรมบ้าง แบ่งชีวิตไว้อย่างละครึ่ง ทรัพย์สมบัติพอแล้ว แต่บุญกุศลจะต้องสะสมให้ยิ่งขึ้น”

นี่ ! มนุษย์อย่างนี้ ขอเก็บไว้เป็นตัวอย่างอ้างอิงกับเทพเทวดาได้เลยว่า ในโลกยุคนี้ สมัยนี้ ก็มีคนใจบุญ ใจกุศล ย่องลงมาเกิดอยู่เหมือนกัน ขออนุโมทนา ... สาธุ
 
ที่มา : หนังสือที่พึ่งหนึ่งเดียว

ด้วยแรงศรัทธา
 
เราสร้างพระธรรมรัตนเจดีย์ เพื่ออะไร ?
 
ผมเกิดมา ได้พบ ได้เห็น ได้รู้จัก สิ่งต่างๆ มามากมาย เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ผมและครอบครัวก็มีโอกาสได้พบกับหลวงพ่อเฉลิมโชค ฉันทชาโต คำสอนของท่าน เราทั้งคู่ไม่เคยได้ยิน ได้ฟัง หรือได้พบมาก่อนหน้านี้เลย ทุกคำสอนจะเน้นในเรื่อง “หนทางแห่งการพ้นทุกข์”

“ผมและภรรยาได้พบทางพ้นทุกข์จากทางโลก มาพบกับความสุขในทางธรรม” และได้ปวารณาตนเอง เป็นอุบาสสก, อุบาสิกา มีความปรารถนาจะทำนุบำรุงพุทธศาสนาให้คงไว้ และเจริญรุ่งเรืองสืบไป... นี่คือปฐมเหตุของที่มาในการขอปวารณาตัวร่วมสร้างเจดีย์ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา แด่องค์พระศาสดา ร่วมกับหลวงพ่อเฉลิมโชค ฉันทชาโตปฏิปทา ที่นำมาปฏิบัติ เพื่อจะให้พ้นทุกข์ และเป็นหนทางสู่นิพพานของผม

บุญญกริยาวัตถุ ๓ ประการ คือ ทาน ศีล ภาวนา  - :: -  พรมวิหาร ๔ คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา
 
ที่มา : หนังสือที่พึ่งหนึ่งเดียว
 
 
พระธรรมรัตนเจดีย์
ครบเครื่อง - เรืองรอง

 
เป็นเจดีย์ที่เกิดขึ้นมาเหมือนเทพเนรมิต เป็นคำพูดของ คุณชวการ สำเภาเงิน ผู้ซึงถวายทั้งทรัพย์ (ผู้ถือทรัพย์คือคุณภัทรภร สำเภาเงิน) ทั้งสมองและร่างกายอย่างที่เรียกว่า “มอบกายถวายชีวิต” เป็นผู้อำนวยการสร้างที่ทำด้วยตนเองทุกอย่าง (คุณภัทรภร ยังได้ลงมือทำอาหารให้ช่างอีกด้วย) เมื่อครั้งที่ต้องเร่งงานอย่างเต็มที่เพื่อให้ทันเวลา ตามที่หลวงพ่อเฉลิมโชค ฉันทชาโต ได้ปรารภว่าหากเสร็จไม่ทันตามที่กำหนดไว้ก็สูญเปล่า แต่ทุกอย่างก็ลื่นไหลเป็นธรรมชาติ

จุดเริ่มต้นของงานพระธรรมรัตนเจดีย์ เป็นภาพสเก็ตซ์ขึ้นมาเมื่อตอนตี ๒ เศษของวันที่ ๑๗ เดือน ๙ ปี๒๕๕๓ เป็นแบบร่าง ที่เน้นแนวคิดเรื่องของพลังที่เปรียบเสมือนการรวมพลังจากฟ้า ดิน และมนุษย์ให้เป็นหนึ่งเดียว ณ ใจกลางเจดีย์
 
รายละเอียดของงานโดยรวมของ “พระธรรมรัตนเจดีย์”

 -  โครงสร้างหลัก เป็นคอนกรีต เสริมเหล็ก บุผิวภายนอก ตั้งแต่ฐานถึงยอด โดยใช้สแตนเลส โดย เอส.  อาร์.  สแตนเลส ผู้มีความเชี่ยวชาญด้านต่อยอดเจดีย์มาแล้ว
-  ภายนอกโดยรอบเจดีย์บุด้วยเซรามิครูปสวนบัว ตั้งแต่เวลาเช้าตรู่ถึงพลบค่ำ โดยบริษัท นครไทยเซรามิค
-  ซุ้มประตูทั้ง ๔ ทิศ เป็นหินทรายสีเขียว
-  ทิศเหนือ เป็นทางลาดสำหรับรถเข็น อีก ๓ ทิศ เป็นบรรไดขึ้น
-  เหนือประตูซุ้มเป็นเสมาธรรมจักร ซึ่งออกแบบไว้โดยเฉพาะมีความหมายว่า เมื่อธรรมจักรเริ่มหมุนไปใน ๓ โลก ย่อมมีการขจัดกิเลสตัณหาตลอดเวลาของการหมุน คือตลอด ๒๔ ชั่วโมง ซึ่งแทนด้วยยันต์เดือนตะวันเบิกเมฆที่ขอบนอกของกงล้อ ผู้ที่ปฏบัติได้เช่นนี้ย่อมได้รับการแซ่ซ้องสาธุการจากทั่วทุกสารทิศ ซึ่งแทนด้วยระฆังใน ๘ ทิศ ถัดเข้ามาวงในเป็นเครื่องหมายแห่งปัญญาซึ่งแทนด้วยดอกบัว ๓ ชั้น อันหมายถึง ไตรลักษณ์ และที่สุดก็อาศัยปัญญานี้หลุดพ้นสู่ความว่าง ซึ่งเป็นศูนย์กลางของธรรมจักร แทนด้วยยันต์ อิติปิโส
-  ลานประทักษิณกว้าง ๙ เมตร ผิวเป็นแสตมป์คอนกรีตโดย Wintrade Group
-  โดยรอบองค์เจดีย์จัดภูมิทัศน์ซึ่งเต็มไปด้วยหมู่มวลบุปผชาติ เพื่อถวายแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระธรรมรัตนเจดีย์ อาสาจัดทำโดยสวนนงนุช

 

 
รายละเอียดของงานตกแต่งภายใน
 
-  พื้นและเสา เป็นงานที่รังสรรค์โดย รัชดาหินอ่อน
-  ผนังโดยรอบเป็นภาพ พุทธประวัติที่เขียนเป็นลายเส้นสีทองเหมือนภาพเขียนในถ้ำ
-  ฝ้าเพดานเป็นรูปดอกบัวคว่ำมีเม็ดบัวเป็นช่องระบายอากาศร้อน ซึ่งจะดึงอากาศเย็นเข้ามาแทนที่ โดยผ่านช่องระบายอากาศรูปหยดน้ำ
-  โดยรอบเจดีย์ ภายใต้โดมได้ออกแบบเป็นจักรวาลโดยใช้วัสดุพิเศษ
-  เจดีย์แก้วองค์กลางได้รับการสรรค์สร้างโดย จิรวัฒนอาร์ทกลาส โดย อาจารย์ จิรวัฒน ชวนะธิต เป็นสุดยอดของงานสร้างเจดีย์แก้วในครั้งนี้ ซึ่งนับเป็นความ  “ครบเครื่อง - เรืองรอง” อย่างแท้จริง
 
ที่มา : หนังสือที่พึ่งหนึ่งเดียว
 
เจดีย์แก้ว
งานออกแบบเจดีย์แก้ว "พระธรรมรัตนเจดีย์"
 
สำหรับปี ๒๕๕๔ งานชิ้นสำคัญ “เจดีย์แก้วพระธรรมรัตนเจดีย์” ที่ได้รับการออกแบบจาก อาจารย์ ภาณุวัฒน์ วัฒนเธียร โดยอาจารย์ได้ให้เกียรติผมได้ให้โอกาสเข้ามาร่วมงาน

-  ผมได้นำแก้วมาแกะสลักด้วยมือทั้งองค์ โดยได้ใช้เทคนิคที่เรียกว่า Stacked Glass หรือที่เรียกว่า แก้วผลึก ให้เจดีย์แก้วสวยสมบูรณ์ที่สุด สมคุณค่าและคู่ควร ที่จะเป็นสถาปัตยกรรมที่บรรจุองค์พระบรมสารีริกธาตุ
-  ส่วนองค์เจดีย์ราย ๘๐ องค์ โดยรอบ ผมได้นำแก้วเป่า ผสมด้วยฟองอากาศ ไล่เรียงรอบแก้วขององค์เจดีย์ราย สวยงามมาก เมื่อยามต้องแสง
-  ในส่วนยอด ผมได้ออกแบบเป็นรูปดอกบัวตูม เพื่อบรรจุองค์พระบรมสารีริกธาตุ
 
-  และส่วนสำคัญที่สุดคือ งานออกแบบเจดีย์แก้ว เพื่อบรรจุองค์พระบรมสารีริกธาตุในใจกลางเจดีย์ ผมได้นำศิลปะทางเหนือ มาผสมผสานงานทองเหลือง มีลวดลายรายรอบเป็นดอกบัวที่ส่วนยอด และพญานาคในส่วนกลาง บอกเล่าถึง การบูชา และปกป้ององค์พระบรมสารีริกธาตุในคราวเดียวกัน 

และผมหวังว่าพระธรรมรัตนเจดีย์องค์นี้ เป็นเจดีย์แก้วที่งดงาม เป็นพุทธศิลป์องค์สำคัญ เป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมทางโลก และทางพุทธศาสนา แทนค่าขององค์จุฬามณีเจดีย์บนสรวงสวรรค์
 
งานออกแบบจักรวาล ในพระธรรมรัตนเจดีย์
 
ผมได้รับมอบหมายจาก คุณชวการ สำเภาเงิน เพื่อให้ออกแบบบริเวณ โดมเหนือองค์พระธรรมรัตนเจดีย์ คติในการสร้างพระธาตุของผม สิ่งคิดไว้เสมอคือ องค์ประกอบที่สำคัญเพื่อให้สมพระเกียรติพระบรมสารีริกธาตุ ถ้าผมออกแบบบริเวณโดมให้ดี สวยงาม โดมนั้นจะเปรียบเสมือนจักรวาลสวรรค์ชั้นฟ้า ไม่มีที่สิ้นสุด และพระธรรมรัตนเจดีย์ก็จะเปรียบเสมือนองค์จุฬามณีเจดีย์บนสรวงสวรรค์ที่มนุษย์โลกสามารถมากราบบูชาได้บนโลกมนุษย์ ณ ดอยเทพเนรมิตแห่งนี้ การออกแบบและสร้างจักรวาล ผมได้นำแก้วมาสร้างสรรค์เพื่อให้ความแวววาวระยิบระยับ โดยใช้สีน้ำเงินเข้ม สีฟ้า และสีทอง มาผสมผสานสร้างบรรยากาศของจักรวาล ที่ไม่มีที่สิ้นสุด และส่วนของดวงดาวและจักรวาล ได้ออกแบบและแกะสลักเป็นงานประติมากรรมนูนต่ำ โดยได้ทีมงานจากหลายฝ่ายมาสร้างสรรค์ เพื่อให้ได้งานที่ดีที่สุด แม้จะมีเวลาจำกัดมาก แต่ไม่ใช่อุปสรรคในการทำงานสำคัญชิ้นนี้ และนำมาหล่อเป็นทองเหลือง โดยมีช่างหล่อพระโบราณ มาสร้างสรรค์งานชิ้นนี้ เพื่อให้ได้งานที่ดีที่สุดสมกับที่เป็นจักรวาลชั้นฟ้า และสวยงามสมกับที่เป็นสวรรค์ชั้นฟ้าที่โอบเหนือองค์พระธรรมรัตนเจดีย์
 
ในที่สุดก็ถึงเวลาของความ “ครบเครื่อง - เรืองรอง” ที่หลวงพ่อเฉลิมโชค ฉันทชาโต ให้คำนิยามถึงการร่วมใจกันสร้างจักรวาลชั้นฟ้าที่อยู่ของเทวดาที่ไกลโพ้นไม่มีที่สิ้นสุดองค์พระธรรมรัตนเจดีย์ ที่ให้พระพุทธศาสนิกชน ได้มาบูชาองค์พระบรมสารีริกธาตุบนดอยเทพเนรมิต และพญานาคแก้วแห่งเมืองบาดาลที่น่าเกรงขามดูแลองค์พระธรรมรัตนเจดีย์ทั้ง ๔ ทิศ พร้อมกันแล้วทั้ง ๓ โลก (ไตรภูมิ) ที่เกิดขึ้นและเสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์ พร้อมเฉลิมฉลองร่วมกันในปีพญานาค เพื่อที่จะปัดเป่า กรรม ความทุกข์ของชนในชาติตลอดถึงภัยทั้งหลายทั้งที่เกิดขึ้นแล้วในปีที่ผ่านมา และอาจเกิดขึ้นในอนาคต ให้บรรเทาเบาบางและหมดสิ้นไป ผมคิดว่างานสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมชิ้นนี้ นอกจากจะเป็นการบูชาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ส่วนตัวผมคิดว่าน่าจะเป็นการอุทิศบุญกุศลถวายแด่องค์พระเจ้าเม็งรายมหาราช ในโอกาสครบรอบ ๗๕o ปี และ ๗๑๕ ปี แห่งเมืองเชียงใหม่ และที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ การน้อมถวายบุญกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ขอพระองค์ทรงมีพระชนมายุยิ่งยืนนาน สมกับที่หลวงพ่อเฉลิมโชค ฉันทชาโต และพระพุทธศาสนิกชนทั้งหลายได้ร่วมแรงร่วมใจจัดให้มีการเฉลิมฉลององค์พระธรรมรัตนเจดีย์แห่งนี้ขึ้น ...
 
ที่มา : หนังสือที่พึ่งหนึ่งเดียว
 

ที่อยู่ : หมู่ ๑๓ ต. แม่สาว อ. แม่อาย จ. เชียงใหม่ ๕๐๒๘๐
โทรศัพท์ : ๐๙ ๘๗๘๕ ๓๘๐๙ (พระสุรชัย ปภัสสโร - พระอั๋น) ๐๘ ๑๙๑๗ ๐๔๕๘ (แม่ชีศิริยา ธัมมาวุโธ - แม่ชีต้อย)
Facebook
ย้อนกลับ