วิมุตติสุข = สุขอันเกิดจากความพ้นกิเลส เลิศกว่าสุขทั้งปวง

ถาม ทำไมคนเราเข้าวัดฟังธรรมะแล้วยังขี้บ่น จิตใจยิ่งแย่กว่าเดิม หรือมือถือสาก ปากถือศีล ?


ตอบ   คนนี้ขยัน มือปากไม่ว่างเลย ไม่ผิดนะ ...แล้วยังขี้บ่น... ต้องดูเรื่องที่บ่นถ้าบ่นเป็นประโยชน์แสดงว่าเอาใจใส่ เขาเรียกว่าคนเอาใจใส่ อยากจะสอน อยากจะบอกกล่าวอยู่บ่อยๆ อย่างนั้นก็ไม่ผิด แต่ถ้าบ่นพูดอยู่เรื่องเดียวซ้ำๆ ซากๆ อย่างนี้เป็นจิตฟุ้งซ่านอยู่ในข้อหาอุทธัจจะ จิตฟุ้งซ่าน อย่างนี้ต้องฝึกระงับ จึงได้มีการฝึกปิดวาจาไม่พูด... วันนี้เราจะไม่พูดตั้งแต่เที่ยงวันถึงกลางคืน หรือวันนี้เราจะไม่พูดตั้งแต่เช้าถึงเที่ยง... แล้วแต่ เขามีการกำหนดกันไว้ อย่างนี้เรียกว่าการวิรัติตนเอง ฝึกไม่พูด ในช่วงนั้นจะเกิดอะไรขึ้นให้เงียบ การไม่พูดนั้นจะทำให้เกิดตบะขึ้น   


ส่วนในกรณีที่บอกว่า ทำไมคนเราเข้าวัดแล้วยังขี้บ่นอยู่ คงจะเข้าผิดวัด เข้าไปแล้วคงไม่ได้ประพฤติปฏิบัติ มันก็เลยยังบ่นไม่หาย ตรงนี้ต้องให้อภัยกัน ถ้าเขาเข้าหลายปีแล้วอาจจะดีขึ้น เมื่อก่อนบ่นถี่ เดี๋ยวนี้ชักบ่นห่าง ต้องมีระยะเวลาที่จะแก้ไขด้วยส่วนหนึ่ง แต่ถ้าเข้าวัดปุ๊บไม่พูดกับใครเลย มันก็ว่าอีกล่ะ ! ...ยัยคนนี้ตั้งแต่เข้าวัดแล้วหยิ่ง ไม่ค่อยพูดอะไรกับใครเลย ไม่สุงสิงอะไรกับใครเลย... นั่นก็หาว่าได้ผลเกินไปอีก วัดนี้สอนให้ไม่มีมนุษยสัมพันธ์ ถามก็ไม่พูด ปรากฏว่าติดป้ายปิดวาจาไม่พูดกับใครอยู่ บางทีปิดวาจาแล้ว คนนอกวัดเข้ามาเห็นจะไม่รู้ ก็เลยต้องติดป้ายไว้ ...อ่อ คนนี้ไม่พูด... ไม่พูดก็คือไม่ใบ้ ไม่เขียนอะไร ก็แล้วแต่ความวิรัติ อย่างนี้ก็เพื่อเป็นไปด้วยการระงับ ไม่ให้จิตฟุ้งซ่านด้วยวจีกรรม ถ้ามีการพูดบ้างบอกบ้างต่อไปก็คงจะดีขึ้น ไม่ถึงขนาดจะเลวร้ายอะไร เราถือว่าแต่ละคนก็ล้วนเคยผิดศีลด้วยกันมาทั้งสิ้น ในอดีตชาติจนถึงปัจจุบันชาติ ถ้าเราผุดผ่องกันมาเราคงเข้านิพพานไปแล้ว ไม่มาเกิดในชาตินี้กันหรอก นั่นแสดงว่าเรายังมีข้อบกพร่องกันอยู่ จึงต้องเกิดมาแก้ไข เพราะฉะนั้นเมื่อเกิดมาแล้ว อย่าลืมแก้ไข