วิมุตติสุข = สุขอันเกิดจากความพ้นกิเลส เลิศกว่าสุขทั้งปวง

เรื่อง บุคคลพ้นทุกข์ด้วยความเพียร

เทศน์ ณ สำนักวิปัสสนาป่ากล้วย จ.อุตรดิตถ์ เมื่อวันที่ ๑๗ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๘




“...บุคคลพ้นทุกข์ด้วยความเพียร เราจับจุดนี้ ประโยคนี้ สุภาษิตนี้ได้ เท่ากับเรารู้ทางแล้ว คำว่า “เพียร” แปลว่าขยัน แปลว่าพยายาม แปลว่าสู้ แปลว่าไม่ท้อไม่ถอย นี่คือความหมายของคำว่าเพียร “วิริเยนะ ทุกขะมัจเจติิ” บุคคลพ้นทุกข์ด้วยความเพียร ชัดเจนเลย พ้นทุกข์ก็คือนิพพาน ไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดอีก เพียรอะไร ? เพียรที่จะปฏิบัติให้ห่างไกลจากกิเลส อะไรล่ะ ? เดินจงกรม นั่งสมาธิ พิจารณาร่างกาย แค่นี้จับจุดให้ได้ เดิน-สนใจอยู่แต่ตัวเลขที่นับก้าว ถ้านั่ง-ดูแต่ลมหายใจกำลังเข้ากำลังออก ถ้าจะคิดพิจารณา-ให้พิจารณาถึงตัวเองคือสังขารร่างกายอวัยวะทั้งหลายว่ามันต้องผุต้องพัง ต้องเน่า ต้องเปื่อย ต้องเผาทิ้ง ต้องฝัง ต้องตาย อย่าคิดว่ามันจะอยู่กับเราถาวร อย่าไปหวังพึ่งกายนี้ เรียกว่าเข้าใจในกายนี้ (วิปัสสนา) เรามีอะไร ? เราไม่มีอะไรดีหรอก ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง อาหารเก่า อาหารใหม่ มูตรคูถทั้งหลาย ในเมื่อมันไม่มีดีอะไร จะถือตัวถือตนไปทำไม ? จะเย่อจะหยิ่งจะจองหองไปทำไม ? จะอวดดีอวดเด่นไปทำไม ? 

 

ถ้าเห็นกายแท้จริง มันไปตัดตัวสมมุติทั้งหลายโดยอัตโนมัติ พอตัดได้เข้าใจความจริงแล้ว เมื่อรู้จริงๆ แล้ว จะเฉยจะนิ่ง จนกระทั่งคนทั้งโลกบอก ...ทำไมพักนี้เหมือนไม่ร่าเริง ไม่รื่นเริงบันเทิงเหมือนก่อนๆ เลย เกิดอะไรขึ้น ?  เปล่าๆ ไม่มีอะไรหรอก... แทนที่จะบอกว่า ...ฉันเห็นธรรมะ ฉันเห็นความจริง ฉันสลดสังเวชในร่างกายเหลือเกิน... ไม่พูดเลย ความสลดจริงๆ ที่เกิดขึ้นจะไม่พูดกับคนที่ไม่ประพฤติปฏิบัติ ไม่พูดกับคนสะเปะสะปะทั่วไป จะมองดูออกเลยว่าใครพูดได้ไม่ได้ คนนี้คุยด้วยไม่ได้ ก็จะไม่ตอบว่าเกิดอะไร ..เปล่าๆ ไม่เกิดอะไรหรอก... ขี้เกียจพูด !

 

ตัวรู้จริงๆ เมื่อรู้แล้วจะเฉยๆ โลกก็มองไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้นกับคนๆ นี้ เพราะของจริงนิ่งเป็นใบ้ เดี๋ยวมันก็จะปรับตัวเพื่อที่จะอยู่กับโลกของมันให้ได้้เหมือนปกติ แต่ก็จะไม่เหมือนนัก จะมีบางอย่างที่เปลี่ยนไปให้เห็นได้ชัดอยู่ ผู้คนที่อยู่ด้วยก็จะเห็นว่าเปลี่ยนไป ผลของมันจะประกาศตัวของมันเอง โดยที่เราไม่ต้องอธิบายอะไร ของจริงเป็นอย่างนั้น นอกจากเมื่อมีการสนทนา มีการปรารถธรรมกันขึ้นมา กล่าวถึงสภาวะทั้งหลายที่เกิดขึ้นระหว่างยังไม่ปฏิบัติกับปฏิบัติแล้วเป็นอย่างไร คุยกันเพลินเลยตอนนี้ ธรรมะมันรับกันมันก็จะเพลิน พอพูดถึงสภาวะที่ตรงกันก็จะปล้ืมปีติ ...อย่างนี้ที่เราทำมาก็ไม่ผิดสินะ เพราะมีคนอื่นๆ ที่ปฏิบัติเหมือนกัน ทำนองเดียวกัน ครูบาอาจารย์เดียวกัน สำนักเดียวกัน สภาวะที่เกิดก็ตรงกัน... ดีใจที่ถูกทาง ดีใจเรื่องเดียวขยันไม่เลือกเลยตอนนี้...”