คิดเป็น เห็นธรรม

คิดเป็น เห็นธรรม คิดเป็น เห็นธรรม

เมื่อเห็นคนหลงแต่วัด หลงในการทำความดี เดี๋ยวก็ถือศีล เดี๋ยวก็บวช

  • 2021,Nov 28
  • 599

อนาถบิณฑิกเศรษฐี เกิดมาสะสมบารมีแสนกัป เคยลั่นวาจาไว้เมื่อแสนกัปขอเป็นอุปัฏฐากพระพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่ง มาได้ในชาตินี้ในยุคของพระโคตมพระพุทธเจ้า จึงได้เกิดมามีทรัพย์มหาศาล เพื่อจะได้สมปรารถนาที่เคยทำทานทำความดีไว้มากมา  อันว่าแสนกัปไม่ใช่แสนชาติเน้อ กัปหนึ่งไม่รู้กี่ชาติ มันต้องมากกว่าแสนชาติแน่นอน หวังจะได้ตำแหน่งนี้แหละ วันนี้เราจะได้ถวายอะไรๆ ต่อพระศาสดาเน้อ ก็เลยว่าชื่อว่าทานใดๆ ที่แกจะไม่ถวายไม่มี มาครบมาถ้วนแล้วนี่ ตามบุญบารมีได้ถวายหมด ถวายชั้นแรกคือสร้างวัดถวายซื้อที่ดินแล้วก็สร้างวัดถวาย

...

คนที่ไม่รู้ก็ว่า เศรษฐีนี่เสียเวล่ำเวลาทำมาหากิน ไปหลงพระศาสดา ไปทุ่มเททรัพย์ให้กับพระศาสดาอะไรมากมาย ทำมาเหน็ดเหนื่อย เดี๋ยวก็ร่อยหรอหรอก คนก็คงจะคิดอย่างนั้น เพราะมันคนละคนกันไง ความรู้สึกนึกคิดที่อยู่ในใจ อย่ามาคิดแทนกันเลย อย่าไปตัดสินแทนใคร มันไม่ได้ แล้วทำไมคนนี้จึงทุ่มเทเอามากมาย เห็นไหมล่ะ เห็นไหมเพราะเขาลั่นสัจจะอธิษฐานไว้ตั้งแสนกัป ถึงจะทุกข์จะลำบากอย่างไร ก็ไม่ใช่กลับเป็นความสุข ตามอิ่มเอิบยินดีของเขาเลยที่ได้ทำเช่นนั้น วันใดที่ไม่ได้ทำเสียอีก จะรู้สึกว่าตัวเองขาดตกบกพร่องอย่างยิ่งในชีวิต 

...

ก็เลยว่า อย่าไปว่าใครๆ เน้อ ถ้าเห็นใครๆ นี่หลงแต่วัด เดี๋ยวก็ถือศีล เดี๋ยวก็ถือศีล เดี๋ยวก็บวช เดี๋ยวก็บวช อย่างนี้นะ อย่าว่าเลย ถ้าเธอเข้าใจความจริงแล้ว เธอจะเลิกว่าแน่นอน เธอไม่สามารถจะหยั่งทราบในคำอธิษฐานของเขาเหล่านั้นได้หรอก เหตุที่เขาเป็นเช่นนั้นเพราะคำอธิษฐานของเขานั่นแหละ มาปรากฏ และมันก็ไม่ใช่คำอธิษฐานของเรา เราจะไปวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของเขา ก็เลยบาปเสียเลย ผิดเสียเอง หาว่าเขาโง่เง่าเต่าตุ่นเสียอีก ไปงมงายในทาน ในศีล ในวัดวาอาวาส ที่กล่าวอย่างนี้ คนก็จะได้เลิกว่า แต่ที่ว่าไปไม่ใช่ไม่มีผลนะ บาป แปลว่า ชั่ว ชั่วโดยตัวเองไม่ได้อะไรเลย คิดพล่อยๆ ก็เลยกล่าวพล่อยๆ แต่ผลของบาปปรากฏจริง ไม่พล่อย !

บรรยายธรรมเมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๓